ลิฟต์บ้านระบบสกรูดีไหม? เทียบข้อดีข้อเสียกับลิฟต์บ้านแบบอื่น ก่อนตัดสินใจติดตั้ง
ลิฟต์บ้านระบบสกรูดีไหม? เทียบข้อดีข้อเสียกับลิฟต์บ้านแบบอื่น ก่อนตัดสินใจติดตั้ง
หลายคนค้นหาคำว่า “ลิฟต์บ้านแบบไหนดี” เพื่อหาคำตอบว่าระบบไหนจะเหมาะกับบ้านของตัวเองมากที่สุด เพราะการเลือกระบบลิฟต์บ้านให้ถูกต้อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจติดตั้ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ราคา” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่า ลิฟต์ระบบไหนตอบโจทย์การใช้งาน พื้นที่ และรูปแบบบ้านของคุณได้ดีที่สุด
ปัจจุบัน ลิฟต์บ้านมีหลายระบบให้เลือก เช่น
- ลิฟต์ระบบสกรู (Screw-Drive)
- ลิฟต์ระบบไฮดรอลิก (Hydraulic)
- ลิฟต์ระบบสลิง (Traction)
ซึ่งแต่ละระบบมีโครงสร้าง วิธีการทำงาน ค่าใช้จ่าย ดีไซน์ การดูแลรักษา รวมถึงระบบความปลอดภัยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกระบบที่เหมาะสมตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดงบประมาณ ลดปัญหาในการใช้งานระยะยาว และทำให้ลิฟต์ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากที่สุด แล้ว ลิฟต์บ้านระบบสกรูดีไหม? เหมาะกับบ้านประเภทไหน? มีข้อจำกัดอะไรที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง?
บทความนี้จะพาคุณ เปรียบเทียบลิฟต์บ้านทุกระบบแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเห็นข้อดี–ข้อเสียจริง และเลือก “ระบบลิฟต์บ้านที่เหมาะสมที่สุด” สำหรับบ้านของคุณได้อย่างมั่นใจ.
วิธีการทำงานของลิฟต์บ้านระบบสกรู แบรนด์ Aritco จากสวีเดน
ลิฟต์บ้านระบบสกรูทำงานอย่างไร? ทำไมคนไทยนิยมมากขึ้น
ลิฟต์ระบบสกรู คือเทคโนโลยีลิฟต์ที่ออกแบบมาเพื่อบ้านและอาคารขนาดเล็กโดยเฉพาะ โดยมีจุดเด่นสำคัญอย่างดีไซน์ที่สวยงามทันสมัย ติดตั้งได้รวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง เคลื่อนที่ขึ้น–ลงอย่างนุ่มนวล ดูแลรักษาง่าย ประหยัดพลังงาน และมีอายุการใช้งานยาวนาน จึงตอบโจทย์การใช้งานในบ้านอย่างแท้จริง
หลักการทำงานของระบบนี้เรียบง่ายแต่ปลอดภัยสูง ลิฟต์จะใช้การขับเคลื่อนด้วย สกรู + น็อต + มอเตอร์ไฟฟ้า แทนการใช้ลวดสลิง ระบบรอก หรือกระบอกไฮดรอลิกแบบลิฟต์ดั้งเดิม เมื่อผู้ใช้กดปุ่มเรียก มอเตอร์จะหมุนแกนสกรู ทำให้แพลตฟอร์มเคลื่อนที่ ขึ้น และ ลง อย่างนุ่มนวล และปลอดภัย
ระบบนี้ไม่ใช้น้ำมัน ไม่ใช้สายสลิง และไม่มีปั๊มน้ำมันที่เสี่ยงรั่วหรือสึกหรอง่าย สกรูผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพสูง จึงมีความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนาน นอกจากนี้ สกรูยังถูกออกแบบให้มี ความเอียงเล็กน้อย ทำหน้าที่เสมือน “เบรกตามธรรมชาติ”ลิฟต์จึงไม่มีโอกาสตก ไม่รูด และไม่ร่วงในแนวดิ่ง
อีกหนึ่งเหตุผลที่ลิฟต์ระบบสกรูได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไทย คือ ประหยัดพื้นที่และติดตั้งง่าย ติดตั้งได้ไว ลิฟต์ประเภทนี้ ไม่ต้องทำบ่อลิฟต์, ไม่ต้องมีห้องเครื่อง, และ ไม่จำเป็นต้องมีปล่องคอนกรีตรอบด้านเป็นผนังสองชั้น เพราะลิฟต์มาพร้อมโครงสร้างปล่องสำเร็จจากโรงงาน สามารถติดตั้งบนพื้นเดิมได้ทันที หรือปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เป็นผนังกระจก เพื่อความโปร่งโล่งก็ทำได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว บ้านที่กำลังรีโนเวท บ้านพื้นที่จำกัด บ้านเกือบทุกประเภท หรือแม้แต่อาคาร สำนักงานขนาดเล็ก
ดีไซน์สวยงามทันสมัย มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน การบำรุงรักษาง่าย ประหยัดพลังงาน การเตรียมงานก่อสร้างที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ติดตั้งได้ไว อายุการใช้งานรวมถึงการรับประกันที่ยาวนาน ทำให้ลิฟต์บ้านระบบสกรูเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับบ้านยุคใหม่ บ้านที่ต้องการความสะดวกสบาย บ้านที่มีผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความต้องการพิเศษ
ภาพเปรียบเทียบโครงสร้างลิฟต์บ้าน 3 ระบบ
ลิฟต์บ้านแต่ละระบบแตกต่างกันอย่างไร (ฉบับเข้าใจง่าย)
ลิฟต์บ้านแต่ละระบบแตกต่างกันอย่างไร (ฉบับเข้าใจง่าย)
ภาพนี้แสดงโครงสร้างหลักของลิฟต์ 3 ระบบที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ ระบบสลิง (Traction Lift), ระบบไฮดรอลิก (Hydraulic Lift) และ ระบบสกรู (Screw Lift) ซึ่งแต่ละแบบมีโครงสร้างและการเตรียมงานติดตั้งก่อนติดตั้งที่แตกต่างกัน ดังนี้:
1) ลิฟต์ระบบสลิง (Traction Lift)
ลิฟต์ระบบนี้นิยมใช้ในอาคารสูงหรืออาคารที่ต้องการรองรับการใช้งานถี่ รับน้ำหนักมาก และเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ตัวระบบมีโครงสร้างขนาดใหญ่และซับซ้อน ใช้มอเตอร์ รอก และสายสลิงในการยกตู้ลิฟต์ขึ้น–ลง
โครงสร้างที่ต้องมีสำหรับลิฟต์สลิง:
- บ่อลิฟต์ (Pit) ความลึกประมาณ 50–150 ซม. เพื่อรองรับ buffer และอุปกรณ์ความปลอดภัย
- ปล่องลิฟต์ (Lift Shaft) ต้องสร้างปล่องลิฟต์รอบด้านแบบคอนกรีต หรือ แบบโครงสร้างเหล็ก
- ประตูลิฟต์แบบสองชั้น (ประตูชั้น – ประตูตู้ลิฟต์)
- ห้องเครื่องด้านบน (Machine Room) ใช้ติดตั้งมอเตอร์ รอก และระบบควบคุม
- พื้นที่วาง Counterweight (ตุ้มน้ำหนักถ่วง) ต้องมีช่องแนวตั้งภายในปล่องให้ตุ้มน้ำหนักเลื่อนขึ้น–ลง
2) ลิฟต์ระบบไฮดรอลิก (Hydraulic Lift)
ลิฟต์ระบบไฮดรอลิกใช้งานได้ในบ้านและอาคารที่ไม่สูงมาก ระบบนี้ทำงานด้วยปั๊มน้ำมันและกระบอกไฮดรอลิกในการดันตู้ลิฟต์ขึ้น–ลง โครงสร้างเรียบง่ายกว่าแบบสลิง แต่ต้องมีพื้นที่สำหรับชุดปั๊มน้ำมัน และจำเป็นต้องดูแลเรื่องการรั่วซึมและการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันตามรอบการใช้งาน
โครงสร้างที่ต้องมีสำหรับลิฟต์ไฮดรอลิก:
- บ่อลิฟต์ที่พื้นด้านล่าง (Pit) ความลึกทั่วไป 20–50 ซม.
- กระบอกไฮดรอลิก (Hydraulic Cylinder) บริเวณด้านล่างหรือด้านข้าง
- ชุดปั๊มน้ำมัน + ถังน้ำมัน (Pump Unit & Oil Tank)
- ห้องเครื่องสำหรับชุดปั๊ม (Machine Room / Pump Room)
- ปล่องลิฟต์หรือโครงสร้างเสารับแรง (Lift Shaft / Structural Steel Frame)
3) ลิฟต์ระบบสกรู (Screw Lift)
ลิฟต์ระบบสกรูเป็นเทคโนโลยีลิฟต์ที่ออกแบบมาสำหรับบ้านโดยเฉพาะ ใช้กลไกแบบ สกรู + น็อต + มอเตอร์ไฟฟ้า ในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มขึ้น–ลง โดยไม่ต้องใช้ลวดสลิง รอก หรือปั๊มน้ำมัน ทำให้ระบบเรียบง่ายกว่าและมีความปลอดภัยสูงในเชิงโครงสร้าง เหมาะสำหรับติดตั้งภายในบ้าน หรืออาคารขนาดเล็กที่ต้องการความสะดวกสบายและงานติดตั้งที่ไม่ซับซ้อน
โครงสร้างสำหรับลิฟต์สกรู:
- บ่อลิฟต์ที่พื้นด้านล่าง (Pit) ความลึกทั่วไป 3.7–5 ซม. หรือ
ไม่จำเป็นต้องมีก็ติดตั้งได้
ปล่องลิฟต์สำเร็จ
ไม่จำเป็นต้องสร้างผนังคอนกรีต
จุดยึดปล่องกับผนังหรือพื้นบางจุด (Fixing Points) เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความปลอดภัย
ไม่ต้องมีห้องเครื่อง
ไม่ต้องมีห้องเครื่องเหนือศีรษะ
ไม่ต้องมี Counterweight
ไม่ต้องใช้รอกหรือสายสลิง หรือ ปั๊มน้ำมัน
เนื่องจากลิฟต์ระบบสกรูมาพร้อมปล่องลิฟต์สำเร็จรูปจากโรงงาน จึงสามารถติดตั้งบนพื้นเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องก่อปล่องคอนกรีตหรือเสริมโครงสร้างเพิ่มเติม อีกทั้งยังสามารถปรับเป็นผนังกระจกเพื่อความโปร่งโล่งและความสวยงามได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้ระบบนี้มีความยุ่งยากน้อยที่สุดในการเตรียมงาน ติดตั้งได้รวดเร็ว และรองรับรูปแบบหน้างานจริงได้หลากหลายกว่าเมื่อเทียบกับลิฟต์ระบบอื่น
เปรียบเทียบพื้นที่ใช้สอยของลิฟต์บ้าน 3 ระบบ
พื้นที่ในบ้านสำคัญที่สุด และนี่คือความต่างของลิฟต์แต่ละระบบ (เทียบขนาด 1.5 × 1.5 ม.)
พื้นที่ในบ้านสำคัญที่สุด และนี่คือความต่างของลิฟต์แต่ละระบบ (เทียบขนาด 1.5 × 1.5 ม.)
บ้านสมัยใหม่ส่วนใหญ่ ไม่ได้เผื่อพื้นที่สำหรับติดตั้งลิฟต์ไว้ตั้งแต่แรก ดังนั้นขนาดพื้นที่ที่ใช้งานได้จริงจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกประเภทลิฟต์ ภาพนี้เปรียบเทียบพื้นที่ขนาด 1.5 × 1.5 เมตร เท่ากัน แต่ผลลัพธ์ของพื้นที่โดยสาร กับต่างกันอย่างชัดเจน
สำหรับลิฟต์ระบบสลิงและไฮดรอลิก จะเห็นว่าพื้นที่ภายในถูกลดทอนลงไปมาก เนื่องจากต้องมีผนังปล่องลิฟต์รอบด้าน โครงสร้างคอนกรีตที่รองรับแรงดึงหรือแรงดัน บ่อลิฟต์ด้านล่าง และประตูลิฟต์แบบสองชั้นตามมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ทำให้พื้นที่ 1.5 × 1.5 เมตรที่ควรจะเป็นห้องโดยสารจริง ๆ กลับเหลือใช้งานได้เพียงบางส่วน เพราะผนังและงานโครงสร้างกินพื้นที่เข้าไปมาก
แม้ลิฟต์ไฮดรอลิกบางรุ่นจะติดตั้งแบบไม่ใช้ปล่องคอนกรีตได้ แต่ก็ยังต้องมีโครงสร้างเสารับแรงล้อมตัวลิฟต์ ซึ่งกินพื้นที่ใช้งานจริงเช่นกัน และไม่ได้เป็นลิฟต์บ้านมาตรฐานสำหรับอยู่อาศัย ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบพื้นที่โดยสารในพื้นที่เดียวกัน ลิฟต์สกรูยังคงให้พื้นที่ใช้งานจริงได้มากที่สุด
ลิฟต์ระบบสกรู ไม่จำเป็นต้องใช้บ่อลิฟต์ ไม่ต้องมีห้องเครื่อง และไม่ต้องมีผนังคอนกรีตรอบตัวลิฟต์ เพราะตัวลิฟต์มาพร้อมโครงสร้างปล่องสำเร็จรูปจากโรงงาน ทำให้ผนังบางกว่า และสามารถออกแบบเป็นกระจกได้ ส่งผลให้พื้นที่ 1.5 × 1.5 เมตรถูกใช้เป็น “พื้นที่โดยสารจริง” แทบทั้งหมด กว้างกว่า และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าแบบดั้งเดิม
ด้วยเหตุนี้เอง ในพื้นที่ขนาดเท่ากัน ลิฟต์ระบบสกรูจึงให้พื้นที่โดยสารมากที่สุดและตอบโจทย์บ้านที่พื้นที่จำกัดมากกว่า ไม่ว่าจะบ้านรีโนเวท หรือบ้านที่สร้างเสร็จแล้วแต่ต้องการเพิ่มลิฟต์ในภายหลัง โดยไม่อยากรื้อโครงสร้างเดิม
การตรวจเช็กคุณภาพลิฟต์ระบบสกรูโดยแอลฟา-ลิฟต์ (ประเทศไทย)
เปรียบเทียบการดูแลรักษาลิฟต์ 3 ระบบ ข้อมูลสำคัญก่อนตัดสินใจติดตั้ง
เปรียบเทียบการดูแลรักษาลิฟต์ 3 ระบบ ข้อมูลสำคัญก่อนตัดสินใจติดตั้ง
การซ่อมบำรุงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ ค่าใช้จ่ายระยะยาว ความปลอดภัย และอายุการใช้งานของลิฟต์ โดยแต่ละระบบมีชิ้นส่วนและกลไกที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้ความถี่และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาก็แตกต่างกันไปด้วย
1) ลิฟต์ระบบสลิง (Traction Lift)
ลิฟต์สลิงเป็นระบบที่มีชิ้นส่วนมากที่สุด ทั้งสายสลิง รอก แบริ่ง ระบบเบรก และมอเตอร์ในห้องเครื่อง ซึ่งต้องตรวจเช็กและปรับตั้งอยู่เสมอเพื่อให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย สายสลิงเองก็มีอายุการใช้งานจำกัดและต้องเปลี่ยนตามรอบ
- ความถี่ในการบำรุงรักษา: เดือนละ 1 ครั้ง หรือทุก 1–2 เดือน
- แนวโน้มค่าใช้จ่าย: สูงที่สุด (มีหลายชิ้นส่วนที่ต้องดูแลและเปลี่ยนตามรอบ)
2) ลิฟต์ระบบไฮดรอลิก (Hydraulic Lift)
แม้ไม่มีสายสลิง แต่ต้องดูแลระบบน้ำมันเป็นหลัก น้ำมันไฮดรอลิกเสื่อมตามการใช้งาน อุณหภูมิ และการปนเปื้อน อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดการรั่วซึมของซีลหรือท่อ ทำให้ต้องตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ
- ความถี่ในการบำรุงรักษา: ทุก 2–3 เดือน
- แนวโน้มค่าใช้จ่าย: ปานกลาง–สูง (ขึ้นกับสภาพระบบน้ำมัน ความถี่ในการใช้งาน)
3) ลิฟต์ระบบสกรู (Screw-Driven Lift)
ลิฟต์ระบบสกรูเป็นระบบที่มีจำนวนชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยที่สุดในบรรดาลิฟต์บ้านทั้งหมด องค์ประกอบหลักมีเพียง มอเตอร์–สกรู–น็อต และมาพร้อม ระบบหล่อลื่นอัตโนมัติ ที่ช่วยลดการสึกหรอและยืดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีปั๊มน้ำมัน ไม่มีกระบอกไฮดรอลิก ไม่มีสายสลิง ไม่มีระบบแรงดัน และไม่มีตุ้มน้ำหนักถ่วงเหมือนลิฟต์สลิง ด้วยโครงสร้างที่เรียบง่ายและชิ้นส่วนน้อย ทำให้ลิฟต์ระบบสกรู
- ดูแลรักษาง่ายที่สุด
- ความเสี่ยงเสียหรือต้องซ่อมใหญ่ต่ำกว่า
- อายุการใช้งานของชิ้นส่วนยาวกว่า
- ค่าใช้จ่ายระยะยาวประหยัดกว่ามาก
- ความถี่ในการบำรุงรักษา: ปีละ 1–2 ครั้งก็เพียงพอ (หรือ 3 – 4 ครั้ง/ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน)
- แนวโน้มค่าใช้จ่าย: ต่ำที่สุด (อัตราการสึกหรอต่ำ ทนทานสูง อายุการใช้งานยาวนาน)
เมื่อเปรียบเทียบด้านงานซ่อมบำรุงในระยะยาว จะเห็นความแตกต่างของทั้ง 3 ระบบ ลิฟต์ระบบสลิงมีชิ้นส่วนมากที่สุด จึงต้องดูแลบ่อยและมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด ส่วนลิฟต์ระบบไฮดรอลิกแม้ดูแลง่ายกว่า แต่ยังต้องคอยตรวจสอบระบบน้ำมันและการรั่วซึมเป็นประจำ ในขณะที่ลิฟต์ระบบสกรูมีโครงสร้างเรียบง่ายและชิ้นส่วนน้อยกว่าอย่างมาก ทำให้ต้องบำรุงรักษาน้อยที่สุด ความเสี่ยงเสียต่ำกว่า และมีค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ประหยัดกว่า
ด้วยเหตุนี้เอง ระบบสกรูจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในบ้านพักอาศัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลิฟต์ที่ดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก ลดค่าใช้จ่ายรายปี และให้ความปลอดภัยสม่ำเสมอตลอดอายุการใช้งาน
ลิฟต์บ้านระบบสกรูยี่ห้อไหนดี? (คำตอบที่เจ้าของบ้านควรรู้ก่อนตัดสินใจ)
ลิฟต์บ้านระบบสกรูยี่ห้อไหนดี? (คำตอบที่เจ้าของบ้านควรรู้ก่อนตัดสินใจ)
เมื่อเข้าใจความแตกต่างของลิฟต์แต่ละระบบแล้ว คำถามสำคัญต่อมาคือ “ถ้าจะติดตั้งลิฟต์บ้านระบบสกรู ควรเลือกยี่ห้อไหนดี?” แม้ระบบสกรูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับบ้านพักอาศัยที่สุด แต่ “คุณภาพของแบรนด์” มีผลอย่างมากต่อความปลอดภัย อายุการใช้งาน และค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพราะเทคโนโลยีสกรูและน็อตของแต่ละผู้ผลิตไม่เท่ากัน มาตรฐานการออกแบบ การผลิตก็แตกต่างกัน
หนึ่งในประเทศที่ถูกยอมรับว่าเป็นผู้นำด้าน ลิฟต์บ้านระบบสกรู คือ ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแพลตฟอร์มลิฟต์สมัยใหม่ และเป็นผู้นำยุโรปด้านเทคโนโลยีนี้ จึงทำให้คำว่า “ลิฟต์บ้านสวีเดน” กลายเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ ความปลอดภัย และงานออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนที่โดดเด่น
ในกลุ่มผู้ผลิตลิฟต์บ้านจากสวีเดน แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายคือ Aritco ผู้พัฒนาและผลิต ลิฟต์บ้าน Aritco มากว่า 30 ปี ส่งออกไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยมุ่งเน้นพัฒนาลิฟต์บ้านระบบสกรูสำหรับการใช้งานในบ้านและอาคารขนาดเล็กโดยเฉพาะ Aritco ควบคุมคุณภาพทั้งหมดจากโรงงานเพียงแห่งเดียวในสวีเดน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกชิ้นส่วนได้มาตรฐานยุโรปทั้งด้านความปลอดภัย การออกแบบ และความทนทาน จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Aritco ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มลิฟต์บ้านระบบสกรูระดับพรีเมียมในประเทศไทย
หากคุณกำลังพิจารณาลิฟต์บ้าน Aritco และต้องการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ บริษัท แอลฟา-ลิฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด คือผู้นำด้านการให้คำปรึกษา จำหน่าย และติดตั้งลิฟต์บ้าน Aritco จากสวีเดน พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร ดูแลโดยทีมงานมาตรฐานเดียวกับโรงงานผู้ผลิต
รับคำปรึกษาฟรีจากผู้เชี่ยวชาญลิฟต์บ้านระบบสกรู
รับคำปรึกษาฟรีจากผู้เชี่ยวชาญลิฟต์บ้านระบบสกรู
บริษัท แอลฟา-ลิฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและติดตั้งลิฟต์บ้าน Aritco อย่างเป็นทางการจากสวีเดน ให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่จริง แนะนำรุ่นและสเปกที่เหมาะกับโครงสร้างบ้านของคุณ ไปจนถึงการติดตั้งโดยทีมวิศวกรและช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมจาก Aritco โดยตรง พร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายตามมาตรฐานยุโรป เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าลิฟต์ที่เลือกทั้งปลอดภัย มีคุณภาพ และตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ
เยี่ยมชมโชว์รูมได้ที่: ARITCO LIFT SOUTH EAST ASIA
เยี่ยมชมโชว์รูมได้ที่: ALPHA-LIFT (THAILAND)